MCP: โลกใหม่ของการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศในยุค AI (มุมมองเชิงแนวคิดของมหาวิทยาลัย)
ภาพที่ 1: การผสานรวมระหว่างธรรมชาติ เทคโนโลยี และ AI (Model Context Protocol)
ที่มา: สร้างโดย AI
ในช่วงระยะหลังมานี้ วงการเทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มมีการกล่าวถึงคำว่า “อวสาน API” ควบคู่กับการมาถึงของแนวคิด Model Context Protocol (MCP) แม้ถ้อยคำดังกล่าวจะฟังดูรุนแรง แต่ในทางวิชาการ MCP ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแทนที่ Application Programming Interface (API) หากแต่เป็นแนวคิดที่ช่วยยกระดับการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศให้สอดคล้องกับบริบทของการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มากยิ่งขึ้น
API กับบริบทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
ในบริบทของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ API ยังคงเป็นกลไกหลักในการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายใน เช่น ระบบทะเบียนนักศึกษา ระบบบุคลากร ระบบการจัดการเรียนการสอน และระบบสารสนเทศเฉพาะทางของหน่วยงานต่าง ๆ เมื่อมีการพัฒนาระบบใหม่ หน่วยงานภายในมักร้องขอให้จัดทำ API เพื่อใช้ตรวจสอบสถานะผู้ใช้งานว่าเป็นบุคลากรหรือนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือไม่ แนวทางดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ในเชิงเทคนิคได้ แต่ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดภาระด้านการดูแลรักษาและความซ้ำซ้อนของการพัฒนา API
Model Context Protocol (MCP) คืออะไร
Model Context Protocol หรือ MCP เป็นแนวคิดและมาตรฐานที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อโมเดล AI กับแหล่งข้อมูลหรือเครื่องมือภายนอก โดยให้ความสำคัญกับการอธิบายบริบทและความสามารถของระบบ (capability-based interaction) มากกว่าการเรียกใช้งาน endpoint แบบตายตัว MCP ช่วยให้ AI สามารถเลือกใช้เครื่องมือหรือข้อมูลได้อย่างเหมาะสมตามบริบทของคำถามหรือภารกิจที่ได้รับ
MCP กับการเปลี่ยนมุมมองการเชื่อมต่อระบบ
แนวคิดของ MCP เปลี่ยนบทบาทของระบบจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการ API ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการความสามารถเชิงความหมาย ระบบสามารถประกาศความสามารถที่มีอยู่โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดเชิงโครงสร้างของฐานข้อมูลหรือระบบภายใน แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระบบอัจฉริยะที่ AI ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างหลายระบบ
แนวคิดการประยุกต์ใช้ MCP ในสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ (เชิงแผนในอนาคต)
แม้ในปัจจุบันการพัฒนาระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยยังคงอาศัย API เป็นหลัก แต่ MCP สามารถถูกนำมาใช้เป็นแนวคิดเชิงแผนในอนาคต เช่น การจัดทำ MCP Server กลางของมหาวิทยาลัยเพื่อประกาศความสามารถพื้นฐานด้านการยืนยันสถานะบุคลากรและนักศึกษา การตรวจสอบบทบาทผู้ใช้ หรือการสนับสนุนระบบอัจฉริยะ เช่น ระบบเช็คชื่อเข้าเรียนด้วยการจดจำใบหน้า ที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลนักศึกษา อาจารย์ รายวิชา และภาคการศึกษา โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนา API เฉพาะสำหรับทุกกรณีการใช้งาน
บทสรุป
MCP ไม่ใช่จุดจบของ API แต่เป็นแนวคิดที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของการพัฒนาระบบสารสนเทศไปสู่ยุคที่ AI มีบทบาทสำคัญมากขึ้น สำหรับมหาวิทยาลัย MCP อาจยังอยู่ในระยะของการวางแนวคิดและการเตรียมความพร้อม แต่การทำความเข้าใจแนวทางนี้ตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้การพัฒนาระบบในอนาคตเป็นไปอย่างมีทิศทาง ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับบริบทของเทคโนโลยีสมัยใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ฐิณาภัณฑ์ นิธิยุวิทย์
รองผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
เอกสารอ้างอิง (References)
1. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2566). แนวทางการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ. กรุงเทพมหานคร.
2. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). นโยบายและแผนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพมหานคร.
3. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. (2565). แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ. กรุงเทพมหานคร.
4. Fielding, R. T. (2000). Architectural styles and the design of network-based software architectures. Doctoral dissertation, University of California, Irvine.
5. Kleppmann, M. (2017). Designing data-intensive applications: The big ideas behind reliable, scalable, and maintainable systems. O’Reilly Media.
6. Russell, S., & Norvig, P. (2021). Artificial intelligence: A modern approach (4th ed.). Pearson.
7. OpenAI. (2024). Model Context Protocol (MCP) specification. Retrieved from OpenAI official documentation.
8. W3C. (2023). Web APIs and semantic interoperability. World Wide Web Consortium.




Views Today : 57
Views Yesterday : 94
Views This Month : 1162
Views This Year : 4917
Total views : 73554